หลายคนเคยมีอาการเวียนหัว มึนศีรษะ หรือรู้สึกทรงตัวไม่มั่นคง โดยเฉพาะเวลาลุกจากเตียง หันศีรษะเร็ว หรือเปลี่ยนท่ากะทันหัน ซึ่งบางครั้งอาจเป็นเพียงอาการชั่วคราวจากความเครียด พักผ่อนน้อย หรือร่างกายอ่อนล้า
แต่หากเริ่มมีอาการเหมือน “โลกหมุน” เดินเซ คลื่นไส้ หรือเวียนหัวซ้ำๆ โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่า อาจเป็นสัญญาณของ “โรคบ้านหมุน” ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่พบ
บ่อย คือ ภาวะตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือที่เรียกว่า BPPV
อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
โรคบ้านหมุน (Vertigo) คืออะไร?
“โรคบ้านหมุน” หรือ Vertigo คืออาการที่ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวกำลังหมุน ทั้งที่จริงๆ แล้วร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว
หลายคนมักเข้าใจว่าอาการเวียนหัวทั้งหมดคือบ้านหมุน แต่จริงๆ แล้ว บ้านหมุนเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับ “ระบบการทรงตัว” ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหูชั้นในและระบบประสาท
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
● รู้สึกโลกหมุน
● เวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่า
● เดินเซ ทรงตัวไม่ดีa
● คลื่นไส้ อาเจียน
● ลุกจากเตียงแล้วมึนทันที
● รู้สึกโคลงเคลงเวลาเดิน
สาเหตุที่พบบ่อยของโรคบ้านหมุน คือ “ตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด” (BPPV)

หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการบ้านหมุน คือ ภาวะ BPPV (Benign Paroxysmal Positional Vertigo)
ภายในหูชั้นในของเรา มีระบบที่ช่วยควบคุมการทรงตัว และมีตะกอนหินปูนขนาดเล็กอยู่ภายใน เมื่อเกิดการหลุดของตะกอนเหล่านี้ แล้วเคลื่อนไปอยู่ผิดตำแหน่ง จะทำให้สมองรับสัญญาณการเคลื่อนไหวผิดปกติ
จึงเกิดอาการ
● เวียนหัวเมื่อเปลี่ยนท่า
● โลกหมุนเวลาหันศีรษะ
● มึนตอนลุกจากเตียง
● บ้านหมุนช่วงสั้นๆ แต่เกิดซ้ำได้
ซึ่งอาการมักเกิดแบบเฉียบพลัน และสัมพันธ์กับการขยับศีรษะโดยตรง
เวียนหัวแบบไหน อาจเข้าข่ายตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด?

อาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะ BPPV ได้แก่
● เวียนหัวเวลาพลิกตัวบนเตียง
● เงยหน้าแล้วมึน
● ก้มหน้าแล้วโลกหมุน
● ลุกเร็วแล้วเสียการทรงตัว
● อาการเกิดไม่นาน แต่เป็นซ้ำบ่อย
● ไม่มีแรงหมุนตลอดทั้งวัน แต่จะเป็นตอนเปลี่ยนท่า
อาการเหล่านี้มักพบในวัยทำงาน และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่พักผ่อนน้อย เครียด หรือมีปัญหาระบบการทรงตัวเดิมอยู่แล้ว
บ้านหมุนอันตรายไหม?
แม้โรคบ้านหมุนบางชนิดจะไม่อันตรายร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม การเสียสมดุล และกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การทรงตัวที่ลดลง อาจนำไปสู่อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บได้ง่ายกว่าปกติ

(ผู้สูงอายุ การทรงตัวที่ลดลง อาจนำไปสู่อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บได้ง่ายกว่าปกติ)
และในบางกรณี อาการเวียนหัวอาจเกี่ยวข้องกับระบบประสาท หรือภาวะอื่นๆ ที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้
● เวียนหัวบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
● เดินเซ หรือหกล้มง่าย
● บ้านหมุนจนใช้ชีวิตลำบาก
● คลื่นไส้อาเจียนหนัก
● แขนขาอ่อนแรง
● พูดไม่ชัด
● ปวดศีรษะรุนแรง
● ผู้สูงอายุที่เริ่มเสียการทรงตัวชัดเจน
การประเมินตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้รักษาและฟื้นฟูได้ตรงจุดมากขึ้น
กายภาพบำบัดช่วยฟื้นฟูอาการบ้านหมุนและการทรงตัวได้อย่างไร?
สำหรับผู้ที่มีอาการบ้านหมุนจากระบบการทรงตัว หรือภาวะตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด กายภาพบำบัดสามารถช่วยฟื้นฟูได้
นักกายภาพบำบัดจะประเมินระบบการทรงตัว การเดิน การเคลื่อนไหวของศีรษะ และออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล เช่น
● ฝึกการทรงตัว (Balance Training)
● ฟื้นฟูระบบ Vestibular
● ฝึกการเคลื่อนไหวของศีรษะและสายตา
● ลดอาการเวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่า
● เสริมความมั่นใจในการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน
ในบางกรณี อาจมีการใช้เทคนิคช่วยจัดตำแหน่งตะกอนหินปูนร่วมกับการฟื้นฟู เพื่อช่วยลดอาการบ้านหมุนได้อย่างเหมาะสม
ทำไมผู้ที่มีอาการบ้านหมุน จึงควรฟื้นฟูระบบการทรงตัว?
แม้อาการบ้านหมุน หรือเวียนหัวจากตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด จะสามารถดีขึ้นได้ในบางราย แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักเริ่มสูญเสียความมั่นใจในการเดินและการเคลื่อนไหว
หลายคนเริ่มหลีกเลี่ยงการหันศีรษะเร็ว ไม่กล้าลุกหรือเดินเอง เพราะกลัวเกิดอาการเวียนหัวซ้ำ จนส่งผลให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และระบบการทรงตัวทำงานลดลงในระยะยาว
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ภาวะเสียการทรงตัวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด
ดังนั้น การฟื้นฟูจึงไม่ใช่เพียงแค่ช่วยลดอาการเวียนหัวเท่านั้น แต่ยังควรฟื้นฟู “ระบบการทรงตัว” ควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหวได้มั่นคง ปลอดภัย และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ธาราบำบัดช่วยฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาการทรงตัวได้อย่างไร?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กลัวการหกล้ม “ธาราบำบัด” หรือการออกกำลังกายในน้ำ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสม
แรงพยุงของน้ำจะช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อต่อและร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสามารถฝึกการเดิน การทรงตัว และการเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น โดยรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากกว่าการฝึกบนพื้นปกติ

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวในน้ำยังช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบการทรงตัว และการประสานงานของร่างกาย ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างการเคลื่อนไหว และส่งเสริมการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในผู้ที่มีอาการเวียนหัว บ้านหมุน หรือเสียการทรงตัวเรื้อรัง การฟื้นฟูร่วมกับนักกายภาพบำบัดอย่างเหมาะสม อาจช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้มั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น
อาการเวียนหัว ทรงตัวไม่อยู่ หรือรู้สึกเหมือนโลกหมุน อาจเกี่ยวข้องกับ “โรคบ้านหมุน” ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อย คือ ภาวะตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือ BPPV

แม้อาการอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่หากเกิดซ้ำบ่อย หรือเริ่มกระทบต่อการเดินและการใช้ชีวิต ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและปัญหาการทรงตัวในระยะยาว
หากมีอาการบ้านหมุน เวียนหัว หรือทรงตัวไม่มั่นคง สามารถปรึกษาทีมนักกายภาพบำบัดของธนภัทรคลินิก เพื่อประเมินและวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด
อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่: บริการ โปรแกรมฟื้นฟูการทรงตัว (Balance care)
