หินปูนในหูหลุด | 5 สัญญาณเตือน เวียนหัว บ้านหมุน ที่ไม่ควรมองข้าม

หินปูนในหูหลุด vs น้ำในหูไม่เท่ากัน ต่างกันยังไง?

หลายคนสับสน 2 อาการนี้มาก เพราะ “เวียนหัวเหมือนกัน” แต่จริง ๆ คนละระบบเลย

🔹 หินปูนในหูหลุด (BPPV)

  ●  เกิดจาก ผลึกแคลเซียม (otoconia) หลุด ในหูชั้นใน

  ●  เวียนหัวแบบ “บ้านหมุน” ชัดเจน

  ●  เป็นเฉพาะตอนเปลี่ยนท่า เช่น ลุก นอน พลิกตัว

  ●  เป็นช่วงสั้น ๆ (วินาที–นาที)

🔹 น้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease)

  ●  เกิดจาก ความดันของของเหลวในหูผิดปกติ

  ●  เวียนหัวนาน (20 นาที – หลายชั่วโมง)

  ●  มักมีอาการร่วม:

        ●  หูอื้อ

        ●  ได้ยินลดลง

        ●  มีเสียงวิ้งในหู (tinnitus)

ภาพเปรียบเทียบ-ความต่างระหว่าง-BPPV

(ภาพเปรียบเทียบ ความต่างระหว่าง

BPPV = เวียนตามท่า / เป็นแป๊บเดียว และ Meniere = เวียนนาน + มีอาการหูร่วม)

5 อาการเตือน “หินปูนในหูหลุด”

5-อาการเตือนหินปูนในหูหลุด

1. เวียนหัว “เฉพาะตอนเปลี่ยนท่า”

อาการจะมาแบบชัดมาก เช่น

  ●  ลุกจากเตียงแล้วหมุนทันที

  ●  พลิกตัวแล้วรู้สึกโลกเอียง

  ●  เงยหน้า/ก้มหน้าแล้วเวียน

รายละเอียดเชิงลึก :

  ●  มักเกิดภายใน 1–5 วินาทีหลังขยับ

  ●  อยู่ประมาณ 10–60 วินาทีแล้วดีขึ้น

ถ้าลองทำท่าเดิม → เป็นซ้ำ

จุดสำคัญในการวินิจฉัย BPPV คือการตรวจด้วยท่ากระตุ้นอาการเวียนศีรษะ เช่น Dix–Hallpike Test เพื่อยืนยันความผิดปกติของหินปูนในหูชั้นในโดยเฉพาะ

2. บ้านหมุน (Vertigo) ไม่ใช่แค่มึน

ผู้ป่วยจะอธิบายว่า :

  ●  ห้องหมุน

  ●  เตียงหมุน

  ●  เหมือนตัวเองกำลังเอียง

ต่างจาก “หน้ามืด” หรือ “มึนหัว” เพราะเป็นการรับรู้การเคลื่อนไหวผิดปกติจริง

BPPV เกิดจากความผิดปกติใน Semicircular Canal ของหูชั้นใน ทำให้ส่งสัญญาณการทรงตัวผิดปกติไปยังสมอง จึงเกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเมื่อเปลี่ยนท่าทาง

3. คลื่นไส้ อาเจียน ตามมา

อาการร่วมที่พบบ่อย:

  ●  คลื่นไส้ทันทีที่เวียน

  ●  อาเจียน (บางราย)

  ●  เหงื่อออก ใจสั่นเล็กน้อย

เหตุผล: สมองได้รับข้อมูล “ภาพ vs การทรงตัว” ไม่ตรงกัน → คล้าย motion sickness

4. เสียการทรงตัว / เดินเซ

แม้จะไม่ได้เวียนตลอดเวลา แต่หลายคนจะรู้สึก :

  ●  เดินไม่มั่นใจ

  ●  โคลงเคลง

  ●  ต้องจับราว

สำคัญมากในผู้สูงอายุ เพราะเพิ่มความเสี่ยง “ล้ม” โดยตรง

5. เป็น ๆ หาย ๆ แต่กลับมาอีก

ลักษณะเฉพาะ :

  ●  ดีขึ้นเองได้

  ●  แต่กลับมาเป็นซ้ำในช่วงสัปดาห์/เดือน

  ●  มักเป็นข้างเดิม

จึงทำให้หลายคนคิดว่า “เดี๋ยวก็หายเอง” แล้วปล่อยไว้

การจัดหินปูนกลับตำแหน่ง (Repositioning Maneuvers) คืออะไร?

เป็นเทคนิคทางกายภาพบำบัดที่ออกแบบมาเพื่อ พาผลึกหินปูน (otoconia) ที่หลุด → กลับไปยังตำแหน่งเดิมในหูชั้นใน

หลักการคือ :

  ●  ใช้ “แรงโน้มถ่วง + การเปลี่ยนท่าศีรษะ”

  ●  ควบคุมทิศทางการเคลื่อนของหินปูนอย่างเป็นลำดับ

การรักษา BPPV ไม่ใช่แค่การขยับศีรษะแบบทั่วไป แต่เป็น “sequence การเคลื่อนไหวเฉพาะทาง” เพื่อพาหินปูนกลับสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องในหูชั้นใน ลดการส่งสัญญาณผิดปกติไปยังสมอง

 

1. Epley Maneuver คืออะไร?

เป็นท่าที่ใช้บ่อยที่สุดในการรักษา BPPV โดยเฉพาะกรณีที่เกิดใน Posterior Semicircular Canal (หลอดกึ่งวงกลมด้านหลัง คืออวัยวะส่วนหนึ่งในหูชั้นในที่ทำหน้าที่รับรู้ความรู้สึกการหมุนและการเอียงของศีรษะ) ซึ่งอาการที่เกิดจากท่อส่วนนี้พบบ่อยสุด

วิธีการโดยสรุป:

  ●  ให้ผู้ป่วยนอนและหมุนศีรษะตามลำดับที่กำหนด

  ●  ค้างแต่ละท่าประมาณ 30–60 วินาที

  ●  ทำต่อเนื่องเป็น step เพื่อให้หินปูนไหลกลับ

👉 ลักษณะจะเหมือน “หมุนศีรษะเป็นสเต็ปบนเตียง”

หมุนศีรษะเป็นสเต็ปบนเตียง

ข้อดีของ Epley Maneuver

  ●  เป็นมาตรฐานสากล ใช้ทั่วโลก

  ●  งานวิจัยรองรับจำนวนมาก

  ●  อัตราการหายสูง (ประมาณ 70–90%)

  ●  เห็นผลเร็ว บางรายดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก

📌 เหมาะกับ:

  ●  ผู้ป่วย BPPV ส่วนใหญ่

  ●  อาการเวียนหัวจาก Posterior Canal

2. Semont Maneuver คืออะไร?

เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ใช้ “การเคลื่อนไหวเร็วและต่อเนื่อง” เพื่อช่วย “สะบัด” หินปูนให้หลุดออกจากตำแหน่งที่ผิด

วิธีการโดยสรุป :

  ●  ผู้ป่วยจะถูกพา “เอนตัวเร็ว” จากด้านหนึ่ง → ไปอีกด้านหนึ่ง

  ●  เป็นการเคลื่อนไหวแบบฉับพลัน (rapid movement)

👉 ต่างจาก Epley Maneuver ที่ค่อย ๆ ทำ ส่วน Semont Maneuver จะ “เร็วและแรงกว่า”

Semont-Maneuver-คืออะไร

ข้อดีของ Semont Maneuver

  ●  ใช้ได้ในกรณีที่ Epley Maneuver ไม่ได้ผล

  ●  เหมาะกับหินปูนที่เกาะแน่น (Cupulolithiasis)

  ●  ใช้เวลาไม่นาน

📌 แต่ :

  ●  อาจทำให้เวียนหัวมากระหว่างทำ

  ●  ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

แล้วเลือกใช้ท่าไหน ?

ขึ้นอยู่กับ :

  ●  ตำแหน่งของหินปูน

  ●  ประเภทของ BPPV

  ●  การประเมินของนักกายภาพ/แพทย์

การรักษา โรค BPPV (Benign Paroxysmal Positional Vertigo) ไม่ใช่ทุกคนใช้ท่าเดียวกัน

สำคัญมาก: ทำเองได้ไหม ?

ในอินเทอร์เน็ตอาจมีสอนทำเอง แต่ในทางคลินิกแนะนำว่า

❌ ไม่ควรทำเองโดยไม่มีการวินิจฉัย เพราะ :

  ●  อาจวินิจฉัยผิด (ไม่ใช่ BPPV)

  ●  ทำผิดท่า → ไม่หาย หรืออาการแย่ลง

  ●  หินปูนอาจย้ายไป canal อื่น

✔️ ควรให้ :

  ●  นักกายภาพบำบัด

  ●  หรือแพทย์ที่ผ่านการฝึก vestibular rehab เป็นผู้ประเมินและทำการรักษา

  

เวียนหัวแบบไหน ไม่ควรมองข้าม ?

อาการเวียนหัว โดยเฉพาะแบบ

  ●  เวียนตอนเปลี่ยนท่า

  ●  บ้านหมุนชัดเจน

  ●  เป็น ๆ หาย ๆ

อาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณของ “หินปูนในหูหลุด (BPPV)” ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งสามารถ “รักษาให้ดีขึ้นได้” หากได้รับการประเมินและดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น

  

การดูแลที่เหมาะสม สำคัญกว่าที่คิด

ปัจจุบัน การรักษา BPPV  ไม่ได้อาศัยแค่ยา หรือการพักผ่อน แต่มีแนวทางทางกายภาพบำบัดเฉพาะทาง ที่ช่วย “จัดหินปูนกลับตำแหน่ง” และ “ฟื้นฟูระบบทรงตัว”

โดยจำเป็นต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การรักษาได้ผล และลดโอกาสเป็นซ้ำ

ที่ธนภัทรคลินิก เรามีการดูแลด้านระบบทรงตัวโดยเฉพาะ

ภายใต้บริการ Balance Care ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้ที่มีอาการเวียนหัวและเสียการทรงตัวโดยตรง

🔹 CrystalFix Therapy

โปรแกรมปรับหินปูนในหู (BPPV) ด้วยเทคนิคการจัดตำแหน่งเฉพาะทาง เพื่อช่วยลดอาการเวียนหัว บ้านหมุน อย่างตรงจุด

🔹 Balance Reset Rehab

สำหรับผู้ที่ยังมีอาการโคลงเคลง หรือทรงตัวได้ไม่ดี ช่วยฟื้นฟูระบบการทรงตัว ให้กลับมาใช้ชีวิตได้มั่นคงมากขึ้น

ก่อนจะสายเกินไป…

“เวียนหัว” อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้ อาจนำไปสู่

  ●  การล้ม

  ●  อุบัติเหตุ

  ●  หรือคุณภาพชีวิตที่แย่ลงโดยไม่รู้ตัว

อย่ารอให้เป็นหนัก จนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะการดูแลตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ “มั่นคง” และ “มั่นใจ” มากขึ้นในทุกวัน

Scroll to Top